ประเภทของคน 3 ประเภท

คนประเภทเครื่องจักร (I do only)

คนประเภทเครื่องจักร

คนประเภทเครื่องจักร

คนเหล่านี้มีอยู่เยอะที่สุดในโลกคือ คนที่เกิดมาเพื่อทำตามคำสั่งเป็นหลัก ชอบทำอะไรซ่ำๆ ไม่ท้าทาย ไม่ต้องคิดมาก ไม่ต้องมองการณ์ไกล ไม่ต้องใช้จินตนาการ หรือออกนอกกรอบ อยู่เพื่อรอดและขอเพียงได้สนุกสนานสำเริงสำราญไปวันๆ

แน่นอนว่าถ้าทำตามคำสั่งเจ้านายได้ดี คนเหล่านี้ก็มีสิทธิ์จะได้เลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น และอาจมีเงินเดือนประจำมากขึ้นตามลำดับ แต่ไม่ว่าจะขยันและทำงานหนักแค่ไหน ก็จะไม่มีวันได้เป็นบุคคลในตำนาน แม่ทัพ ผู้บริหารระดับสูง เจ้าของธุรกิจ ศิลปินแห่งชาติ นักวิทยาศาสตร์ระดับโลก หรือเศรษฐี เพราะพวกเขาฝันและคิดสร้างสรรค์เองไม่ได้

 

คนประเภท “ฟุ้งซ่าน” (Idea only)

ชอบคิดแต่ไม่ชอบทำ

ชอบคิดแต่ไม่ชอบทำ

คนเเหล่านี้ ช่างคิด ช่างวางแผน และมีไอเดียบรรเจิด แต่มักถูกคนอื่นขโมยความคิดไปทำ เพราะตัวเองไม่มีความฝัน และไม่มีไม่เชื่อมั่นมากพอ ถ้ามีความสามารถพอคนเหล่านี้จะถูกจ้างในฐานะ “ที่ปรึกษา” ที่สามารถช่วยเหลือเจ้าของบริษัทใหญ่ๆได้ แต่ตัวเองจะ
ไม่ได้เป็นระดับตำนาน หรือระดับมหาเศรษฐี เพราะยังไม่มีความปรารถนาจากหัวใจที่ยิ่งใหญ่เพียงพอ

พวกเขาก็เหมือนโค้ชที่ “สอนเตะได้ แต่เตะเองไม่ได้” คือไม่ชอบลงมือ แต่ชอบวางกลยุทธ์อยู่เบื้องหลัง ซึ่งหากวางแผนเก่งก็เจริญรุ่งเรืองได้เหมือนกัน แม้จะยังไม่ถึงที่สุด

ถ้าอย่างร้ายคือ คนเหล่านี้จะเป็นมนุษย์ที่เหมือน “ติดคุกความคิด” อยู่ตลอดเวลาเพราะชอบคิดหมกมุ่นเรื่องอดีต ที่กังวนไปถึงอนาคต คิดวนเวียนนอนไม่หลับ และอาจเครียดจนเกิดสารพัดโรคตามมาได้

“ไอเดีย” ที่ไร้การลงมือทำ จะกลายเป็น “ไอเดี้ยง”

“เป้าหมาย” ที่ไร้การกระทำ จะกลายเป็น “เป้าหาย”

 

คนประเภท “ฝันเฟื่อง” (I dream only)

ชอบคิดแต่ไม่ชอบทำ

ชอบคิดแต่ไม่ชอบทำ

คนเหล่านี้ไม่ได้ทีปัญหาเรื่องความเชื่อ ความกล้า หรือความมั่นใจ แต่ปัญหาของพวกเค้าคือ มีความปรารถณาอย่างเดียวโดยไม่วางแผนและไม่ลงมือทำ พวกเขาสามารถจินตนาการหรือมโนได้เรื่อยๆโดยไม่คิดต่อยอดหรือมองหากระบวนการลงมือทำแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม หากคนเหล่านี้โชคดีมีที่ปรึกษาที่เก่ง หรือมีลูกน้องที่ขยันและซื่อสัตย์ ก็อาจเจริญก้าวหน้าได้เหมือนกัน เพราะจะมีคนช่วยสานต่อและช่วยทำงานให้ โดยตัวเองแค่นั่งจินตนาการอย่างเดียว แต่ส่วนใหญ่ยอมว่ารับว่าเป็นระดับ “เทพ” ที่เคยวางแผนและลงมือทำด้วยตนเองมาก่อน เพราะถ้าเริ่มต้นด้วยการ “ฝันเฟื่อง” อย่างเดียวตั้งแต่ช่วงสร้างเนื้อสร้างตัว รับรองว่ายังไงก็ไปไม่ถึงฝันแน่นอน

ถ้าอย่างร้ายคือ คนส่่วนใหญ่ในกลุ่มนี้จะเป็นประเภท “ดีแต่ปาก” ชอบวิจารณ์คนอื่น อิจฉาคนอื่น ชอบนินทาว่าร้ายคนที่ประสบความสำเร็จ ร่ำรวย และโด่งดังกว่า เพราะคนเหล่านี้เป็นเหมือนค้อนที่คอยตอกย้ำแผลในใจทำให้ เจ็บปวดลึกๆ เพราะรู้สึกอยู่เสมอว่า “ฉันทำได้ แต่ไม่ได้ทำ…”

 

-ขุนเขา สินธุเสน เขจรบุตร-

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!